แจกสูตรเค้กกล้วยหอม หน้าฟู เนื้อนุ่ม มือใหม่ก็ทำได้ !

กรกฎาคม 23, 2026

Key Takeaways:

การทำเค้กกล้วยหอมให้อร่อย เนื้อสัมผัสไม่แห้งสาก และได้หน้าเค้กที่ฟูนูนสวยแบบภูเขาไฟ หัวใจสำคัญอยู่ที่การเลือกส่วนผสมเค้กกล้วยหอมที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะการเลือกใช้กล้วยหอมสุกงอมจัด รวมถึงยังจะต้องให้ความสำคัญกับวิธีทําเค้กกล้วยหอมที่ถูกต้อง ทั้งการตีไข่ไก่สดอุณหภูมิห้องให้ขึ้นฟู การผสมแป้งอย่างเบามือ ไปจนถึงเทคนิคการอบแบบไล่ระดับอุณหภูมิ เหมาะอย่างมากสำหรับคนที่กำลังตามหาเค้กกล้วยหอมสูตรไหนอร่อยและทำตามง่ายที่สุด
 

☷ blog-outline
Key Takeaways:ส่วนผสมเค้กกล้วยหอม เตรียมอะไรบ้างให้เป๊ะ ?ส่วนผสมเค้กกล้วยหอมวิธีทําเค้กกล้วยหอมให้เนื้อนุ่ม หน้าปูดสวย1. เตรียมเตาอบและพิมพ์เค้ก2. เตรียมกล้วยหอม3. ร่อนส่วนผสมของแห้ง4. ตีไข่และน้ำตาล5. เติมส่วนผสมเปียก6. ผสมแป้ง7. พักแป้งก่อนอบ8. ตักใส่พิมพ์9. อบจนสุกเคล็ดลับเพิ่มความอร่อย น่าทานอัปเกรดเครื่องให้แน่น อร่อยยิ่งขึ้นคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำเค้กกล้วยหอม (FAQs)Q : ใช้กล้วยหอมแบบไหนทำเค้กกล้วยหอมให้อร่อยที่สุด ?Q : ทำไมเค้กกล้วยหอมถึงไม่ปูด หรือหน้าไม่แตกสวย ?Q : ควรพักแป้งก่อนอบหรือไม่ ?Q : เปิดเตาอบระหว่างอบเค้กได้ไหม ?Q : ใช้ไข่เย็นจากตู้เย็นทำเค้กได้หรือไม่ ?Q : สามารถเพิ่มถั่ว หรือผลไม้อบแห้งลงในเค้กกล้วยหอมได้ไหม ?Q : อยากให้เค้กกล้วยหอมมีกลิ่นหอมมากขึ้นควรทำอย่างไร ?Q : จะเช็กได้อย่างไรว่าเค้กกล้วยหอมสุกแล้ว ?
 แจกสูตรเค้กกล้วยหอม อร่อย ทำตามเองได้

เค้กกล้วยหอม เป็นเมนูเบเกอรีสุดคลาสสิกที่หลายคนอยากลองทำเองที่บ้าน เพราะนอกจากจะให้กลิ่นที่หอมฟุ้งไปทั่วครัวแล้ว ยังเป็นเมนูที่ช่วยจัดการกับกล้วยหอมที่สุกงอมจนทานไม่ทันได้อย่างดี แต่ปัญหาที่หลายคนเจอคือทำออกมาแล้วเนื้อแข็งเหมือนขนมปัง หรือหน้าไม่ฟูนูนสวยเหมือนที่ร้าน วันนี้เราจึงจะมาแชร์สูตรเค้กกล้วยหอมและวิธีทําเค้กกล้วยหอมแบบ Step-by-Step พร้อมเคล็ดลับที่ช่วยให้เนื้อเค้กนุ่มฟู ชุ่มฉ่ำ ได้หน้าเค้กสวย แบบมือโปร 
 

ส่วนผสมเค้กกล้วยหอม เตรียมอะไรบ้างให้เป๊ะ ?

หลายคนพยายามตามหาว่าเค้กกล้วยหอมสูตรไหนอร่อย ? แท้จริงแล้วจุดเริ่มต้นสำคัญคือการเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพ สัดส่วนเหมาะสม เพราะส่วนผสมแต่ละอย่างล้วนมีผลต่อทั้งรสชาติ กลิ่น และเนื้อสัมผัสของเค้ก โดยวัตถุดิบที่ต้องเตรียมมีดังนี้
 

ส่วนผสมเค้กกล้วยหอม

  • กล้วยหอมสุกงอม 200 กรัม (ประมาณ 3 ลูก)
  • แป้งสาลีเอนกประสงค์ 200 กรัม
  • ไข่ไก่เบอร์ 2 จำนวน 3 ฟอง  
  • น้ำตาลทรายขาว 180 กรัม
  • นมสด รสจืด 80 มิลลิลิตร
  • เนยเค็มละลาย 100 กรัม
  • น้ำมันพืช 240 มิลลิลิตร
  • เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
  • ผงฟู 1 ช้อนชา
  • เกลือป่น ½ ช้อนชา
     
ส่วนผสมเค้กกล้วยหอมและวิธีทําเค้กกล้วยหอมให้เนื้อนุ่ม หน้าปูดสวย

วิธีทําเค้กกล้วยหอมให้เนื้อนุ่ม หน้าปูดสวย

เมื่อเตรียมวัตถุดิบคุณภาพเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญในการรังสรรค์เบเกอรี โดยเทคนิคที่จะช่วยให้ขนมออกมาเพอร์เฟกต์ อยู่ที่ความใส่ใจและลำดับขั้นตอนการผสมที่ถูกต้องตาม 9 ขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้
 

1. เตรียมเตาอบและพิมพ์เค้ก

วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ประมาณ 10-15 นาที และเตรียมพิมพ์มัฟฟิน หรือพิมพ์เค้ก พร้อมรองถ้วยกระดาษให้เรียบร้อย

2. เตรียมกล้วยหอม

นำกล้วยหอมสุกงอมมาบดให้ละเอียด เติมน้ำมะนาวลงไป แล้วคนให้เข้ากัน จากนั้นพักไว้ โดยน้ำมะนาวจะช่วยเสริมรสชาติและทำให้เนื้อกล้วยไม่คล้ำเร็ว
 

3. ร่อนส่วนผสมของแห้ง

ร่อนแป้งสาลีเอนกประสงค์ เบกกิ้งโซดา ผงฟู และเกลือรวมกัน เพื่อให้เค้กขึ้นฟูกระจายตัวสม่ำเสมอ และได้เนื้อเค้กที่ละเอียดขึ้นด้วย
 

4. ตีไข่และน้ำตาล

นำไข่ไก่และน้ำตาลทรายขาวใส่โถตี จากนั้นตีให้เข้ากันอย่างละเอียดด้วยความเร็วสูง โดยใช้เวลาประมาณ 8-10 นาที 

5. เติมส่วนผสมเปียก

ใส่กล้วยบด นมสด เนยเค็มละลาย น้ำมันพืช ลงในส่วนผสมของไข่และน้ำตาล จากนั้นตีต่อจนทุกอย่างเข้ากันเป็นเนื้อเดียว

6. ผสมแป้ง

ค่อย ๆ เติมส่วนผสมของแห้งลงในส่วนผสมเปียก ใช้พายยางตะล่อมเบา ๆ จนแป้งหายเป็นเม็ด และเนื้อเข้ากันอย่างละเอียด แต่ระวังอย่าคนนานเกินไป เพราะจะทำให้เนื้อเค้กเหนียวและไม่ฟู
 

7. พักแป้งก่อนอบ

พักส่วนผสมประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้แป้งดูดซับความชื้นและช่วยให้หน้าเค้กแตกสวยเมื่ออบเสร็จ
 

8. ตักใส่พิมพ์

ตักส่วนผสมลงในพิมพ์ประมาณ 80-90% ของความสูงพิมพ์ หากต้องการหน้าแตกสวยแบบภูเขาไฟ สามารถตักให้สูงกว่าปกติเล็กน้อย

9. อบจนสุก

นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 190 องศาเซลเซียส ประมาณ 10 นาที จากนั้นลดเหลือ 180 องศาเซลเซียส แล้วอบต่ออีก 10-15 นาที หรือจนเค้กสุกและมีสีน้ำตาลทอง เมื่อครบเวลาให้ใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มตรงกลางเค้ก หากไม่มีเศษแป้งติดขึ้นมาแสดงว่าสุกพร้อมนำออกจากเตา จากนั้นพักเค้กบนตะแกรงจนคลายร้อน เพื่อให้เนื้อเค้กเซตตัวและได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มฟูกำลังดี
 

เคล็ดลับการทำเค้กกล้วยหอมให้อร่อยน่ารับประทาน

เคล็ดลับเพิ่มความอร่อย น่าทาน

การรู้ขั้นตอนวิธีทำอาจช่วยให้ได้เค้กกล้วยหอมออกมารูปทรงมาตรฐานทั่วไป แต่การจะยกระดับเบเกอรีโฮมเมดจานนี้ให้มีความพิเศษ พร้อมได้เนื้อสัมผัสที่ชุ่มฉ่ำไม่แห้งสากคอ ทั้งยังได้หน้าเค้กที่นูนสวย จำเป็นต้องอาศัยเทคนิคเล็กน้อย ดังนี้

  • เลือกกล้วยหอมที่สุกงอมจัด : ควรเลือกกล้วยที่เปลือกเริ่มมีจุดสีดำ เพราะเนื้อกล้วยด้านในจะมีความหวานละมุนจากน้ำตาลธรรมชาติและมีกลิ่นหอมชัดเจนที่สุด อีกทั้งยังช่วยให้เค้กมีรสชาติอร่อยกลมกล่อมโดยไม่ต้องพึ่งพาน้ำตาลทรายในปริมาณที่มากเกินไป
  • ไล่ระดับอุณหภูมิเพื่อหน้าปูดสวย : หากต้องการให้หน้าเค้กแตกสวยและนูนเด่น เคล็ดลับคือให้เริ่มอบเค้กด้วยไฟค่อนข้างแรงที่อุณหภูมิประมาณ 190 องศาเซลเซียสในช่วง 10 นาทีแรก เพื่อกระตุ้นให้เนื้อขนมปังดันตัวขึ้นมา จากนั้นจึงค่อยลดไฟลงเหลือ 180 องศาเซลเซียส เพื่ออบต่อจนด้านในสุกทั่วถึง
  • ห้ามเปิดเตาอบระหว่างกระบวนการ : ในช่วงที่เค้กกำลังฟูตัว ห้ามเปิดประตูเตาอบดูโดยเด็ดขาด เพราะการเปิดเตาอบจะทำให้อุณหภูมิความร้อนภายในลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างของแป้งและทำให้เค้กยุบตัว แบนราบ ไม่ฟูหนานุ่มเท่าที่ควร
  • เลือกใช้ไข่ไก่สดอุณหภูมิห้อง : ความสดของไข่มีผลต่อแรงตึงผิว การเลือกใช้ไข่ไก่สดใหม่ที่วางไว้ในอุณหภูมิห้องจะช่วยให้โครงสร้างของไข่กักเก็บอากาศได้ดีเมื่อนำไปตี ส่งผลให้เนื้อเค้กมีความฟูเบาและเนียนนุ่มน่าทานมากยิ่งขึ้น
     

อัปเกรดเครื่องให้แน่น อร่อยยิ่งขึ้น

สูตรเค้กกล้วยหอมสามารถดัดแปลงได้หลากหลาย โดยเฉพาะการใส่วัตถุดิบอื่นเข้าไปเพื่อเพิ่มความหลากหลายของรสชาติและเนื้อสัมผัส เช่น

  • เพิ่มความกรุบกรอบ ด้วยอัลมอนด์ วอลนัต เม็ดมะม่วงหิมพานต์ หรือธัญพืช ลงในเนื้อเค้ก หรือโรยด้านบน ก็จะช่วยเพิ่มความกรุบกรอบและทำให้เค้กดูทานมากยิ่งขึ้น ถ้าใครชอบรสหวานอมเปรี้ยว ก็สามารถใส่ลูกเกด แครนเบอร์รี หรือผลไม้อบแห้งเข้าไปได้
  • เพิ่มความเข้มข้นหอมมัน ลองเติมช็อกโกแลตชิป หรือดาร์กช็อกโกแลตลงในเนื้อเค้ก หรือจะบีบครีมชีสไว้ตรงกลางก่อนอบ ก็จะช่วยเพิ่มความเข้มข้น ความหอมมัน นุ่มละมุนลิ้น
  • เพิ่มมิติของกลิ่นให้หอมมากขึ้น โดยการเติมกลิ่นวานิลลา หรือผงซินนามอนลงไปเล็กน้อย เพื่อขับกลิ่นกล้วยให้โดดเด่นยิ่งขึ้นและเพิ่มมิติของรสชาติให้เค้กหอมเหมือนซื้อมาจากร้านเบเกอรีโฮมเมด
     

การทำเค้กกล้วยหอมให้ได้รสชาติระดับพรีเมียม ความลับไม่ได้อยู่ที่ฝีมือเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง หากไข่ไม่สด หรือนมไม่เข้มข้น รสสัมผัส

ของเค้กก็อาจไม่เป็นอย่างที่คิด 
หากพร้อมลงมือทำเค้กกล้วยหอมแล้ว สามารถเลือกซื้อส่วนผสมเค้กกล้วยหอมได้ที่ Lotus’s ทุกสาขาใกล้บ้าน หรือถ้าไม่ต้องการออกไปหาซื้อวัตถุดิบให้วุ่นวาย สามารถสั่งไข่ไก่ทางออนไลน์ พร้อมซื้อนม น้ำตาลทราย และวัตถุดิบอื่น ผ่าน Lotus’s App ได้ง่าย ๆ เพียงปลายนิ้ว มีของครบ สะดวก สะอาด มั่นใจได้ในคุณภาพ พร้อมส่งตรงถึงหน้าบ้าน ช่วยให้การทำเค้กกล้วยหอมเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น
 

ข้อมูลอ้างอิง

  1. แจกสูตรฟรี! เค้กกล้วยหอมเนื้อนุ่มเต็มคำ สืบค้นเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 จาก:
    https://www.wongnai.com/recipes/banana-cake.
  2. Quick & Easy Banana Muffins สืบค้นเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 จาก:
    https://sallysbakingaddiction.com/banana-muffins/.
     

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำเค้กกล้วยหอม (FAQs)

Q : ใช้กล้วยหอมแบบไหนทำเค้กกล้วยหอมให้อร่อยที่สุด ?

A : ควรใช้กล้วยหอมสุกงอมที่เปลือกเริ่มมีจุดสีดำ เพราะมีความหวานตามธรรมชาติสูงและมีกลิ่นหอมชัดเจน ช่วยให้เค้กมีรสชาติดีขึ้น

Q : ทำไมเค้กกล้วยหอมถึงไม่ปูด หรือหน้าไม่แตกสวย ?

A : สาเหตุอาจมาจากการตีไข่ไม่ขึ้นฟู พักแป้งไม่เพียงพอ หรืออบด้วยอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม ควรเริ่มอบที่ 190°C ก่อนลดเหลือ 180°C
 

Q : ควรพักแป้งก่อนอบหรือไม่ ?

A : ควรพักประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้แป้งดูดซับความชื้นและช่วยให้หน้าเค้กแตกสวยมากขึ้น
 

Q : เปิดเตาอบระหว่างอบเค้กได้ไหม ?

A : ไม่ควรเปิดเตาอบบ่อย เพราะอุณหภูมิจะลดลง ทำให้เค้กยุบตัวและขึ้นฟูได้ไม่เต็มที่
 

Q : ใช้ไข่เย็นจากตู้เย็นทำเค้กได้หรือไม่ ?

A: ควรใช้ไข่ที่มีอุณหภูมิห้อง เพราะจะตีขึ้นฟูได้ง่ายกว่าและช่วยให้เนื้อเค้กเบานุ่ม

Q : สามารถเพิ่มถั่ว หรือผลไม้อบแห้งลงในเค้กกล้วยหอมได้ไหม ?

A : ได้ สามารถใส่อัลมอนด์ วอลนัต เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ลูกเกด หรือแครนเบอร์รี เพื่อเพิ่มรสชาติและเนื้อสัมผัส
 

Q : อยากให้เค้กกล้วยหอมมีกลิ่นหอมมากขึ้นควรทำอย่างไร ?

A : สามารถเติมกลิ่นวานิลลาหรือผงซินนามอนเล็กน้อย เพื่อช่วยขับกลิ่นกล้วยและเพิ่มมิติของรสชาติ
 

Q : จะเช็กได้อย่างไรว่าเค้กกล้วยหอมสุกแล้ว ?

A : ใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มตรงกลางเค้ก หากดึงออกมาแล้วไม่มีเศษแป้งติด แสดงว่าเค้กสุกพร้อมนำออกจากเตาอบได้แล้ว