Key Takeaways :
แกงจืดเต้าหู้หมูสับเป็นเมนูทำง่ายที่ให้สารอาหารครบถ้วนทั้งโปรตีนและวิตามิน หัวใจสำคัญของสูตรแกงจืดที่อร่อยอยู่ที่การเตรียมวัตถุดิบคุณภาพดีและการต้มน้ำซุปให้ใส เคล็ดลับในการทำแกงจืดคือการรอให้น้ำเดือดจัดก่อนใส่เครื่องเทศเพื่อดับคาว เมื่อใส่หมูสับลงไปแล้วไม่ควรคนทันทีเพื่อให้หมูเซ็ตตัวและน้ำซุปไม่ขุ่นมัว หมั่นช้อนฟองออกระหว่างต้ม และใส่เต้าหู้ไข่ในขั้นตอนสุดท้ายเพื่อไม่ให้เละ เพียงเท่านี้ก็จะได้น้ำซุปที่หอมหวานและหมูสับนุ่มเด้งน่ารับประทาน
☷ blog-outline

แกงจืดเต้าหู้หมูสับ คือเมนูสามัญประจำบ้านที่กินกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ ด้วยรสชาติที่ทานง่าย น้ำซุปซดร้อน ๆ ช่วยให้คล่องคอ จึงเป็นเมนูโปรดของทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แต่การจะทำแกงจืดให้มีน้ำซุปใส รสชาติกลมกล่อม และหมูสับนุ่มเด้งนั้นมีเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่หลายคนอาจยังไม่รู้
วันนี้เราจะมาเผยสูตรแกงจืด พร้อมลิสต์ให้แบบครบ ๆ ว่าต้มจืดหมูสับใส่อะไรบ้าง และแนะนำขั้นตอนแบบจับมือทำ ให้คุณสามารถทำกินเองที่บ้านได้อร่อยเหมือนรสมือแม่
แกงจืดเต้าหู้หมูสับผักกาดขาว ส่วนประกอบมีอะไรบ้าง ?
- หมูสับ : เลือกหมูบดที่มีมันแทรกเล็กน้อยเพื่อให้เนื้อสัมผัสนุ่ม ไม่กระด้าง
- เต้าหู้ไข่ : วัตถุดิบหลักที่ช่วยเพิ่มโปรตีนและเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่ม
- ผักกาดขาว : หัวใจสำคัญของแกงจืด ที่ช่วยให้น้ำซุปหวานอย่างเป็นธรรมชาติ
- เครื่องปรุงน้ำซุป : รากผักชี, กระเทียมบุบ, พริกไทย และซีอิ๊วขาว
- ผักตกแต่ง : ขึ้นฉ่ายและต้นหอม ช่วยเพิ่มกลิ่นหอมและสีสันให้น่ารับประทาน
- แครอท : ใส่เพื่อเพิ่มสีสันและวิตามิน

ขั้นตอนและวิธีทำแกงจืดให้ใสและหอม
- หมักหมูสับ : นำหมูสับมาผสมกับซีอิ๊วขาวและพริกไทยเล็กน้อย หมักทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาทีเพื่อให้เข้าเนื้อ
- ต้มน้ำซุป : ตั้งน้ำให้เดือด ใส่รากผักชี กระเทียม และพริกไทยลงไป เคล็ดลับคือก่อนจะใส่เครื่องอื่นๆ ต้องรอให้น้ำเดือดจัดเพื่อไม่ให้น้ำซุปมีกลิ่นคาว
- ใส่หมูสับ : ปั้นหมูสับเป็นก้อนกลมพอดีคำแล้วใส่ลงในหม้อ ข้อควรระวัง: เมื่อใส่หมูลงไปแล้วอย่าเพิ่งรีบคน ให้รอจนหมูเริ่มสุกและลอยขึ้นมา น้ำซุปจะใสไม่ขุ่น
- ใส่ผักและเต้าหู้ : ใส่แครอทและผักกาดขาวลงไปต้มจนนิ่มตามชอบ จากนั้นจึงใส่เต้าหู้ไข่ตามลงไป ปิดท้ายด้วยการโรยหน้าด้วยขึ้นฉ่ายและต้นหอม

เคล็ด(ไม่)ลับ ปรับสูตรต้มจืดเต้าหู้หมูสับให้นัวยิ่งขึ้น
- การช้อนฟอง : ระหว่างต้มหมูจะมีฟองลอยขึ้นมา ให้หมั่นช้อนออกเรื่อย ๆ จะช่วยให้หน้าตาของแกงจืดดูน่ารับประทานและน้ำซุปใสแจ๋ว
- อย่าต้มนานเกินไป : เมื่อใส่เต้าหู้ไข่แล้วให้ต้มต่อเพียงครู่เดียว เพราะเต้าหู้ไข่สุกง่ายและอาจเละได้หากโดนความร้อนนานเกินไป
ช้อปวัตถุดิบสดใหม่ ส่งตรงถึงบ้านคุณ
อยากลงมือทำแกงจืดเต้าหู้หมูสับมื้อนี้ให้ฟินที่สุด อย่าลืมเลือกใช้แต่วัตถุดิบที่สดใหม่คุณภาพดี คุณสามารถเช็กราคาหมูกิโลละเท่าไหร่ได้ที่หน้าเว็บของเรา พร้อมเลือกช้อปผักสด สะอาด และสั่งไข่ไก่ออนไลน์มาติดบ้านไว้ สำหรับเมนูไข่น้ำหรือใส่ในแกงจืดเพื่อเพิ่มโปรตีน
ช้อปสะดวก ครบ จบในที่เดียว พร้อมโปรโมชันดี ๆ ทุกวันที่ Lotus’s App หรือที่ Lotus’s ทุกสาขาใกล้บ้านคุณ
ข้อมูลอ้างอิง
- แจกสูตร “ต้มจืดเต้าหู้หมูสับ” ซุปกลมกล่อม อร่อยง่ายๆ จัดเต็มสารอาหาร. สืบค้นเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 จาก https://www.thairath.co.th/lifestyle/food/2870783
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเมนูแกงจืด (FAQs)
Q : หมักหมูสับทำแกงจืดอย่างไรให้นุ่มเด้ง ไม่แข็งกระด้าง ?
A : เคล็ดลับคือการใส่น้ำเปล่าหรือน้ำแข็งลงไปเล็กน้อยขณะนวดหมูสับกับเครื่องปรุง ซึ่งประกอบไปด้วย ซีอิ๊วขาว พริกไทย และรากผักชีโขลก นวดจนเนื้อหมูเริ่มเหนียวและดูดซับน้ำเข้าไป จากนั้นนำไปแช่ตู้เย็นทิ้งไว้ประมาณ 15-30 นาทีก่อนนำมาปั้นลงหม้อ จะช่วยให้หมูเด้งสู้ฟันมากขึ้น
Q : ต้มจืดสามารถใส่ผักชนิดอื่นนอกจากผักกาดขาวได้หรือไม่ ?
A : ได้แน่นอน สามารถปรับเปลี่ยนผักได้ตามความชอบหรือของที่มีในตู้เย็น เช่น กะหล่ำปลี หัวไชเท้า ตำลึง ผักกวางตุ้ง หรือเห็ดชนิดต่าง ๆ อย่างเห็ดหอม เห็ดเข็มทอง ซึ่งผักแต่ละชนิดจะให้ความหวานและกลิ่นหอมแก่น้ำซุปที่แตกต่างกันไป
Q : ถ้าไม่มีกระดูกหมู ใช้น้ำซุปก้อนแทนในการทำแกงจืดได้ไหม ?
A : ใช้แทนได้ การใช้น้ำซุปก้อนหรือผงปรุงรสเป็นทางเลือกที่สะดวกและรวดเร็ว แต่ควรระวังเรื่องความเค็ม แนะนำให้ชิมรสชาติน้ำซุปก่อนเติมซีอิ๊วขาวหรือน้ำปลาเพิ่ม เพื่อไม่ให้แกงจืดมีรสเค็มจัดจนเกินไป
Q : แกงจืดที่กินไม่หมด มีวิธีเก็บรักษาอย่างไรให้อยู่ได้นาน ?
A : ให้นำแกงจืดไปอุ่นให้เดือดจัดอีกครั้งแล้วปล่อยให้เย็นสนิท (ห้ามคนขณะอุ่น) จากนั้นตักใส่ภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิดแล้วนำเข้าตู้เย็นช่องธรรมดา จะสามารถเก็บไว้ทานต่อได้ประมาณ 2-3 วัน เมื่อจะทานก็นำออกมาอุ่นให้ร้อนตามปกติ